Home ข่าวท้องถิ่น ยิงถล่มทหารพราน ตาย2 เจ็บ8 ระหว่างเดินทางกลับจากเยี่ยมชาวบ้าน

ยิงถล่มทหารพราน ตาย2 เจ็บ8 ระหว่างเดินทางกลับจากเยี่ยมชาวบ้าน

37

วันที่ 8 เม.ย.2567 พ.ต.อ.ศุภชัย ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 23.15 น.ของวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนซุ่มยิงใส่รถกระบะของเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองร้อยทหารพรานที่ 4613 กรมทหารพรานที่ 46 ที่บริเวณริมถนนบ้านบลูกาฮีเล ม.6 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่ทหารพรานที่ 46 และจัดกำลังเจ้าหน้าที่ สนธิกำลังกำลังจำนวนหนึ่ง

ที่เกิดเหตุพบเจ้าหน้าที่ที่ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลรือเสาะไปก่อนหน้าแล้ว จึงได้กันพื้นที่ เนื่องจากอยู่ยามวิกาล ป้องกันคนร้ายดักซุ่มทำร้ายเจ้าหน้าที่ และประสานเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และหน่วยตรวจสอบพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบในวันรุ่งขึ้น

คนร้ายเหิมหนัก ซุ่ม ยิงถล่มทหารพราน ตาย 2 นาย เจ็บ 8 นาย ระหว่างเดินทางกลับจากเยี่ยมชาวบ้านทำซุ้มประตู เตรียมฉลองฮารีรายอ

จากการตรวจสอบผู้บาดเจ็บที่โรงพยาบาลรือเสาะและส่งรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ ทราบชื่อเสียชีวิต 2 นาย คือ

  1. อส.ทพ.ประคอง สุดทนัง
  2. อส.ทพ.วิทยา ปัวงาม

ได้รับบาดเจ็บ 8 นาย ประกอบด้วย

  1. ร.อ.ชัยยุทธ สุกบู ผบ.ร้อย ทพ.4613 บาดเจ็บเล็กน้อย
  2. จ.ส.อ.ศักดิ์รพี เพชรเรือนทอง โดนยิงที่บริเวณขาซ้าย
  3. ส.อ.สุรเดช สังขวงค์ ถูกกระสุนปืนเฉี่ยวที่บริเวณศีรษะ
  4. อส.ทพ.อนันต์ บือราเฮง โดนยิงที่บริเวณขากับแขน
  5. อส.ทพ.เปาซี เจ๊ะเต๊ะ โดนยิงที่บริเวณซี่โครงซ้าย
  6. อส.ทพ.มะกอเส อึมา โดนยิงที่บริเวณขาซ้าย
  7. อส.ทพ.สามะแอ ดือมาสิ บาดเจ็บเล็กน้อย
  8. อส.ทพ.อาดนัย สุหลง บาดเจ็บเล็กน้อย

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ร.อ.ชัยยุทธ ผบ.ร้อย 4613 ได้นำกำลังพลรวม 10 นาย ขึ้นรถกระบะเพื่อเดินทางไปตรวจเยี่ยมให้กำลังใจชาวบ้านที่กำลังทำซุ้มประตู (ปูตูกรือแบ) ซึ่งชาวบ้านทำขึ้นมาทุกปีเพื่อเฉลิมฉลองในช่วงเทศกาลรายอ หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในเดือนรอมฎอน

และขณะที่เจ้าหน้าที่เดินทางกลับระหว่างทางถึงป่าทึบ คนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝง ซุ่มอยู่ข้างป่าริมทาง ได้ใช้อาวุธปืนสงครามไม่ทราบชนิดและขนาดยิงใส่รถกระบะของเจ้าหน้าที่ จนเจ้าหน้าที่เสียชีวิตและบาดเจ็บดังกล่าว ช่วงเกิดเหตุอยู่ในช่วง 10 วันสุดท้ายของเดือนรอมฎอน ซึ่งคนร้ายมักลงมือก่อเหตุป่วนสถานการณ์ประจำทุกปี เพื่อสร้างสถานการณ์

ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 สน. รายงานเหตุคนร้ายซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ เสียชีวิต 2 นาย บาดเจ็บ 9 นาย พื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 7 เม.ย.2567 เวลา 22.40 น. เกิดเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวน ใช้อาวุธไม่ทราบชนิดและขนาด ซุ่มยิงชุดปฏิบัติการกองร้อยทหารพรานที่ 4613 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46

ขณะเดินทางด้วยรถกระบะ 2 คัน กลับฐานปฏิบัติการ จากการตรวจเยี่ยมการจัดทำซุ้มประตู เหตุเกิดพื้นที่ บ้านบลูกาฮีเล ม.6 ต.บาตง อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส เป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่เสียชีวิต 2 นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน วิทยา ปวงงาม อายุ 30 ปี กับ อาสาสมัครทหารพราน ประคอง สุทนัง อายุ 48 ปี และบาดเจ็บ 9 นาย มีรายละเอียดดังนี้

  1. สิบเอก สุรเดช สังขวงค์ ถูกยิงเล็กน้อยบริเวณศรีษะ เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลรือเสาะ
  2. จ่าสิบเอก ศักดิ์รพี เพชรเรือนทอง ถูกยิงบริเวณขาซ้ายได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลนราธิวาส
  3. อาสาสมัครทหารพราน อนันต์ บือราเฮง ถูกยิงบริเวณขาและแขนได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลนราธิวาส
  4. อาสาสมัครทหารพราน เปาซี เจ๊ะเต๊ะ ถูกยิงบริเวณซี่โครงด้านซ้ายได้รับบาดเจ็บสาหัส เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลนราธิวาส
  5. อาสาสมัครทหารพราน มะกอเส อุมา ถูกยิงบริเวณต้นขาซ้ายได้รับบาดเจ็บ เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลนราธิวาส
  6. ร้อยเอกชัยยุทธ สุกบู ผู้บังคับกองร้อยทหารพรายที่ 4613 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย รักษาตัวที่หน่วย
  7. อาสาสมัครทหารพราน สามะแอ ดือมาสิ ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลรือเสาะ
  8. อาสาสมัครทหารพราน อาดนัย สุหลง ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลรือเสาะ
  9. อาสาสมัครทหารพราน สมาน ลีอาเดี๋ยว ได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เข้ารักษาตัวโรงพยาบาลรือเสาะ

พล.ท.ศานติ ศกุนตนาค แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่งคงภายในภาค 4 ได้แสดงความเสียใจกับครอบครัวเจ้าหน้าที่ 2 นาย คือ อาสาสมัครทหารพราน วิทยา ปวงงาม และ อาสาสมัครทหารพราน ประคอง สุทนัง ที่ต้องสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักยิ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว

พร้อมทั้งเน้นย้ำให้เร่งดำเนินการในเรื่องการดูแลสิทธิ ตลอดจนสวัสดิการด้านต่าง ๆ ให้เป็นไปตามระเบียบของทางราชการ สั่งการคุมเข้มพื้นที่ เพื่อดำเนินการตรวจสอบ รวบรวมวัตถุพยาน และเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

โดยเน้นย้ำให้ทุกพื้นที่ ทุกฐานปฏิบัติการเพิ่มมาตรการควบคุมความปลอดภัย ต้องเพิ่มความระมัดระวัง สอดส่องดูแลไม่ให้เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียของกำลังพลเจ้าหน้าที่และพี่น้องประชาชน ใช้ปฏิบัติการเชิงรุก เพื่อจำกัดเสรีการก่อเหตุ คุมเข้มพื้นที่รับผิดชอบทุกตารางนิ้ว พร้อมสั่งการคุมเข้มพื้นที่ เร่งติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากผู้ใดพบเบาะแส หรือพบวัตถุต้องสงสัย แจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขโทรศัพท์สายตรงแม่ทัพภาคที่ 4 ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 โทร 061-1732999 หรือเบอร์สายด่วน กอ.รมน.ภาค 4 สน. 1341 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

และขอเรียนให้ทราบว่าการให้ที่พักพิงหรือหลบซ่อนตัวแก่ผู้กระทำผิด เป็นความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด อันมิใช่ความผิดลหุโทษ เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้ที่พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใด เพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ