WHAT'S NEW
ขนม ศศิกานต์ ตอบชัด หลังถูกถามเรื่องความสัมพันธ์กลางไลฟ์
ACCESSORIES
โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ ไฟไหม้สกีรีสอร์ท พ่อแม่ลูก ปีนหน้าต่างหนี ไม่ทัน เสียชีวิตแล้ว 76 ราย (ตปท.)
อาลัย ยายวัย 81 ปี ตรอมใจ เผาบ้าน หวังจบชีวิตตาม
WINDOWS PHONE
ส่องของขวัญวันเกิด น้องณิริน ที่ได้รับจากคุณย่า เลอค่าอลังการมาก
LATEST ARTICLES
เช็กเลย 14 จังหวัดในไทย เป็นพื้นที่แอ่งดินอ่อน เสี่ยงแผ่นดินไหว
จากเหตุแผ่นดินไหวที่เกิดขึ้น ทางด้าน ศาสตราจารย์ ดร.เป็นหนึ่ง วานิชชัย ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหว สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เผยว่า กรุงเทพฯ เป็นพื้นที่หนึ่งที่มีความเสี่ยงต่อภัยแผ่นดินไหว แต่ลักษณะความเสี่ยงของกรุงเทพฯ นั้นแตกต่างจากของเมืองอื่นๆ เนื่องจากไม่ได้ตั้งอยู่ในพื้นที่ที่มีแผ่นดินไหวชุกชุม ความเสี่ยงจึงมิไม่ได้เกิดจากแผ่นดินไหวในระยะใกล้ แต่กลับเป็นผลกระทบที่เกิดจากแผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในระยะไกล ซึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้กรุงเทพฯ เสี่ยงได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวสูง เป็นเพราะตั้งอยู่บริเวณ “แอ่งดินอ่อน”แอ่งดินอ่อนไม่ได้ขยายคลื่นพลังงานจากแผ่นดินไหวในทุกย่านความถี่ แต่ขยายเฉพาะบางความถี่ คือ ในช่วงความถี่ต่ำหรือว่าเป็นค่าการสั่นยาวๆ ประมาณ 1-3 วินาที ซึ่งเรียกว่า “การสั่นสะเทือนแบบคาบยาว” คือสั่นสะเทือนแบบช้าๆ ใช้เวลาครบรอบอาจจะประมาณ 2 วินาที ซึ่งคลื่นลักษณะนี้จะมีผลต่ออาคารสูง แต่ไม่ค่อยมีผลต่ออาคารขนาดเล็ก โดยอาคารขนาดกลางในกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุด จากแผ่นดินไหวขนาด 7 อาคารขนาดสูงในกรุงเทพฯ จะได้รับผลกระทบรุนแรงที่สุดเมื่อเกิดแผ่นดินไหวขนาดมากกว่า 8.5 ด้าน ศาสตราจารย์ ศ.ดร.นคร ภู่วโรดม อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้าน Structural Mechanics and Structural Dynamics ระบุว่า พื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหวจากระยะไกลบ่อยครั้ง เนื่องจากคลื่นแผ่นดินไหวถูกขยายกำลังในแอ่งดินอ่อนที่มีความลึก ซึ่งลักษณะพื้นที่นี้เป็นที่ราบที่มีชั้นดินตะกอนดินเหนียวอ่อนและมีความหนามากบนแผ่นดินตะกอนแม่น้ำเจ้าพระยา ที่เรียกว่า “ดินเหนียวกรุงเทพฯ” เป็นแอ่งดินขนาดใหญ่ (Soil basin) ลักษณะธรณีวิทยาแบบนี้มีคุณสมบัติขยายความรุนแรงแผ่นดินไหวได้ เนื่องจากแผ่นดินไหวเป็นคลื่นพลังงานที่วิ่งมาตามธรณี เมื่อเข้าไปในแอ่งนี้ คลื่นจะทะลุออกไม่ได้แต่จะเกิดปรากฏการณ์สั่นพ้องไปมา (Basin resonance) ทำให้เกิดการสะสมพลังงานอยู่ในแอ่ง เป็นการขยายคลื่นแผ่นดินไหวในแอ่งดินอ่อน (Basin amplification)...
ไวรัล TikTok คลิปทารกวัย 1 เดือน “จ้องพ่อ” สายตาแบบนี้มีที่มา คนดูเป็นล้านๆ ขำจะขิต
ลูกสาววัย 1 เดือน ส่งสายตา “ตำหนิพ่อ” จนกลายเป็นคลิปใน TikTok คลิปสั้นๆ แค่ 15 วินาที แต่คนแห่วนดูความน่ารัก รู้เลยใครคือ "บิ๊กบอส" ในบ้านนี้! กลายเป็นไวรัลที่ได้รับความเอ็นดูอย่างมาก หลังจากครอบครัวหนึ่งในเวียดนาม แชร์คลิปวิดีโอความยาว 15 วินาที ลงในแพลตฟอร์ม TikTok โมเมนต์น่ารักๆ ขณะที่คุณพ่ออุ้มลูกสาวอายุเพียง 1 เดือน ทว่าท่าทีของเด็กน้อยกลับเต็มไปด้วยอาการไม่พอใจหรือขุ่นเคืองอะไรบางอย่าง แม้จะยังไม่สามารถพูดสื่อสารได้ แต่กลับใช้สายตามองแรงอย่าง "ไม่ยินดี" ที่เหมือนกำลังตำหนิพ่ออย่างหนัก คล้ายจะบ่นว่าพ่อทำอะไรผิดไปเสียแล้ว ทำให้ผู้ชมต่างขบขันและไม่สามารถหยุดยิ้มได้ คลิปนี้ถูกโพสต์เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2025 ผ่านทางบัญชี @giadinhembun พร้อมกับคำบรรยายว่า "ผลจากการตั้งครรภ์ที่มีการโกรธสามี และนี่คือผลลัพธ์ที่ตามมา" ซึ่งคลิปนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามทันทีที่โพสต์ ทั้งจากยอดวิวที่เกินกว่า 5.4 ล้านครั้ง การกดไลค์มากกว่า 4 แสนครั้ง รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นและแชร์ต่อไปเป็นจำนวนมาก “โอ้ย สายตานั้นนะ เหมือนกำลังตำหนิพ่อหนักมากเลย” “มองพ่อไฟลุกเลย เหมือนบอกให้พ่อทำอะไรให้มันถูกต้องสักอย่าง” “สายตาของทารกเหมือนกับสงสัยว่าทำไมพ่อทำตัวเหมือนเด็กๆ แบบนี้” “ถ้าเด็กโตขึ้น คงมองใครก็ทำให้คนกลัวหมดเลย นี่แหละลักษณะของบอส” “ดูคลิปตอนกลางคืนแล้วไม่สามารถหยุดหัวเราะได้เลย สายตาของเด็กคือเหมาะมากกับคำพูดที่ว่า ‘คนที่เหนื่อยและหงุดหงิดที่สุด’” "คงในช่วงท้องนี่แหละ ที่พ่อมักทำให้แม่โกรธ จึงทำให้ลูกต้องแสดงออกแบบนี้เลย" "แม่ๆ ที่ท้องต้องระวังนะ อย่าเครียดเยอะๆ นะ ถ้าไม่อยากให้ลูกเกิดมาหน้าหงุดหงิด" ผู้ใช้โซเชียลมีเดียต่างแสดงความคิดเห็นอย่างขบขัน บางคนที่เข้ามาคอมเมนต์ยังให้ทฤษฎีขำๆ ว่าเด็กอาจจะทำท่าแบบนี้เพราะในช่วงที่แม่ท้องนั้นสามีอาจจะทำให้แม่หงุดหงิด จนสายตาของลูกน้อยเปลี่ยนไปเป็นแบบนี้ ในขณะที่หลายคนยังแชร์ประสบการณ์คล้ายคลึงกันอย่างมีอารมณ์ขัน ว่าเด็กน้อยในคลิปนี้เหมือนกับลูกของพวกเขา ที่มักทำหน้าหงุดหงิดเมื่อคนที่อุ้มไม่ใช่แม่ ทั้งนี้...
เตือน 12 จังหวัด ระวัง! ประกาศฉบับสุดท้าย เตือนฝนตกหนักวันนี้
"สภาพอากาศวันนี้" วันที่ 4 เมษายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ได้พยากรณ์อากาศวันนี้ ประกาศเตือนฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ ฉบับที่ 8 (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 เมษายน 2568) โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระวัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้
จากปากผู้รอดชีวิต เผยเหตุผลที่คน งานจำนวนมาก หนีออกมาไม่ทัน
ในระหว่างการลงพื้นที่ นายชัชชาติได้พูดคุยกับกลุ่มแรงงานและวิศวกรผู้รอดชีวิต โดยมีแรงงานหญิงสองรายจากจังหวัดน่านและพิษณุโลก เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ พวกตนทำงานอยู่ที่ ชั้น 2 บริเวณลานจอดรถ เมื่อรีบวิ่งลงมายังชั้น 1 และกำลังออกจากลิฟต์ ลิฟต์เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง โชคดีที่พวกเธอสามารถวิ่งหนีออกมาได้ทันเวลา ทว่าเพื่อนร่วมงานที่อยู่บนชั้น 4 ยังคงสูญหาย ขณะที่แรงงานหญิงอีกรายสามารถหนีออกมาได้ แต่แฟนของเธอไม่สามารถออกมาได้ทัน ด้านแรงงานชายจาก จังหวัดนครพนม ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตอีกคน เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนทำงานอยู่บริเวณลานจอดรถ และยังไม่ทันขึ้นไปบนอาคาร จึงรอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว นอกจากนี้ วิศวกรเครื่องกลของบริษัท อิตาเลียน-ไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นผู้รอดชีวิตอีกราย เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนอยู่ที่ชั้น 1 ของอาคาร และสามารถวิ่งหนีออกมาได้ทัน โดยเหตุการณ์เกิดขึ้น เวลาประมาณ 13.30 น. ซึ่งขณะนั้น แรงงานบางส่วนกำลังขึ้นไปทำงานบนชั้นบนของอาคาร แต่เจ้าหน้าที่สต๊าฟมีกำหนดการขึ้นไปบนอาคาร ในเวลา 14:00 น. ทำให้พวกเขายังไม่ได้ขึ้นไป “ช่วงเวลา 13:00 – 14:00 น. เป็นเวลาที่มีการขนแรงงานขึ้นอาคารโดยลิฟต์ ทำให้แรงงานที่อยู่บนชั้น 3 – 5 ส่วนใหญ่หนีลงมาไม่ทัน...
กรมอุตุฯ ประกาศฉบับสุดท้าย เปิดชื่อจังหวัด ฝนตกหนัก เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน
4 เม.ย. 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศฉบับที่ 8 (82/2568) เรื่อง ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ (มีผลกระทบจนถึงวันที่ 4 เม.ย. 2568) คลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออกเคลื่อนปกคลุมทะเลอันดามัน ส่งผลให้ภาคใต้มีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดสุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล ขอให้ประชาชนบริเวณภาคใต้ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย สำหรับคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยจะมีกำลังปานกลาง โดยอ่าวไทยจะมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระวัดระวัง หลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองไว้ด้วย จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศ ณ วันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2568 เวลา 05.00 น. กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้ พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้ ภาคเหนือ อากาศร้อนโดยทั่วไป...
เศร้าสลด! พบร่าง Miss Tourism Myanmar 2018 เสียชีวิตใต้ซากปรักหักพังในคอนโด กลางเมืองมัณฑะเลย์
เมื่อวันที่ 3 เม.ย. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลกระทบเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาดใหญ่ในพื้นที่ตอนกลางของประเทศเมียนมา จุดศูนย์กลางอยู่ใต้พื้นที่ไปทางทิศใต้ของเมืองมัณฑะเลย์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บจำนวนมากนั้น อย่างไรก็ตาม จากเหตุการณ์ในครั้งนี้ เพจ Blessed Entertainment Miss Tourism Myanmar รายงานว่า เจ้าหน้าที่กู้ภัยเมียนมา พบร่างหญิงสาวสวมเสื้อสีขาว สวมกางเกงขายาว ถือกระเป๋าตังค์ ทางทิศใต้ของอาคารคอนโดสกายวิลล่า บล็อก B ขณะเจ้าหน้าที่เข้าค้นหาผู้รอดชีวิตรื้อถอนสิ่งของออกจากซากอาคาร Sky Villa Condo ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าผู้เสียชีวิตคือนางสาวซูน (นามสมมุติ) ทางเพจขอสงวนชื่อ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้นำร่างเธอออกจากซากอาคารและส่งร่างไปทำพิธีที่นครย่างกุ้ง ทั้งนี้ คาดว่าเธอคือผู้ชนะรางวัล Miss Tourism Myanmar ซึ่งเธอได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนของประเทศเมียนมาในการประกวด Miss Tourism World 2018 โดย Blessed Entertainment อีกด้วย ทั้งนี้ รายงานดังกล่าวเพจที่นำเสนอโดย Blessed Entertainment ยืนยันว่า Miss Tourism Myanmar ปี 2018 เสียชีวิตจริงและเป็น 1 ในผู้ประสบภัยเหตุแผ่นดินไหว ซึ่งขณะนี้ทางการเมียนมาแจ้งว่าค้นร่างพบแล้วราว 2,487...
กูรูสหรัฐฯ พูดชัด 1 อาหารที่ “ไม่มีวันกิน!!!” เพราะแบคทีเรียเยอะมาก แต่คนไทยยังกินอยู่
ฟังแล้วขนลุก ผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยอาหาร เผยผัก 1 ชนิด ที่จะไม่มีวันกิน เพราะมันเต็มไปด้วยแบคทีเรีย! ตามรายงานของสำนักข่าว Daily Mail ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยอาหารในสหรัฐอเมริกา ได้เตือนประชาชนให้หลีกเลี่ยงผักชนิดหนึ่งคือ “ต้นอ่อน” ซึ่งเป็นที่นิยมในคาเฟ่อาหารเพื่อสุขภาพ ผักใบเล็กๆ ที่มักนำไปใส่ในสลัด ซุป หรือแซนด์วิช แม้ว่าจะเต็มไปด้วยวิตามินซีและแมกนีเซียม แต่ก็เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ของแบคทีเรียอันตราย มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดอาหารเป็นพิษ ข้อมูลนี้มาจากนักวิทยาศาสตร์ด้านอาหาร ที่โพสต์คลิปวิดีโอผ่าน TIKTOk@hydroxide ซึ่งมีผู้ติดตามหลายล้านคนที่ชมวิดีโอเกี่ยวกับความปลอดภัยด้านอาหารของเธอ โดยล่าสุดได้เตือนว่า “ต้นอ่อนดิบ” เป็นอาหารที่มีความเสี่ยงสูงมากๆ และเธอกล่าวว่าเป็นอาหารชนิดเดียวที่เธอจะหลีกเลี่ยงเสมอ “ต้นอ่อนจะเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ร้อนที่สุด ชื้นที่สุด เปียกที่สุดที่คุณสามารถจินตนาการได้ ลองเดาดูไหมว่าแบคทีเรียชอบมันมากแค่ไหน?” นักวิทยาศาสตร์ด้านอาหารอธิบายเพิ่มเติมว่า สภาพแวดล้อมที่ใช้ในการปลูกต้นอ่อนเหล่านี้ ก็เป็นสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของแบคทีเรียเช่นกัน “หากคุณไม่ได้การลวกหรือนำไปปรุงจนสุกจริงๆ ก็มีความเสี่ยงที่จะเกิดอาหารเป็นพิษ” เธอกล่าวเสริม ยังได้เตือนผู้ติดตามด้วยว่า ผักต้นอ่อนเล็กๆ นี้สามารถแพร่เชื้อแบคทีเรียไปทั่วครัวได้ โดยสามารถปนเปื้อนด้วยแบคทีเรียอันตราย เช่น E. coli, Listeria, และ Salmonella ซึ่งอาจทำให้เกิดอาหารเป็นพิษได้ “คุณต้องคิดด้วยว่า เมื่อคุณจัดการกับอาหารที่มีความเสี่ยงสูงซึ่งมีความชื้นมากมาย มันอาจจะไปติดในอุปกรณ์ครัวต่างๆ ของคุณ รวมถึงเคาน์เตอร์ อ่างล้างจาน และสิ่งอื่นๆ อีกมากมาย” ตามรายงานของมหาวิทยาลัยเคลมสัน ในรัฐนอร์ทแคโรไลนา สหรัฐอเมริกา การศึกษาหนึ่งพบว่าจำนวนจุลินทรีย์บนเมล็ดที่เริ่มงอกอาจสูงถึง 1 พันล้านตัว ภายใน 3 วันหลังจากกระบวนการงอก ที่สำคัญกว่านั้น ทางหน่วยงานความปลอดภัยด้านอาหารของสหรัฐฯ รายงานว่ามีผู้ป่วยกว่า 2,000 ราย ที่เกี่ยวข้องกับการทานต้นอ่อนดิบระหว่างปี...
ด่วน!! หมอปลายทักแรง สงกรานต์นี้ทั้งน้ำท่วม ไฟไหม้ พร้อมเผยจังหวัดอันตรายสุด
วันที่ 2 เมษายน 2568 หมอปลาย พลายกระซิบ เปิดใจผ่านรายการแฉ GMM25 โดยออกมาทำนายเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 โดยมีเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นภายใน 3 เดือน ดังนี้ สงกรานต์นี้ มีทั้งเรื่องน้ำท่วม เพราะฝนจะหนักมาก มีทั้งไฟไหม้ แล้วจะอยู่ในตรอกถนนที่มีตึก 4-5 ชั้น เรื่องน้ำจะอยู่ที่ไฮเวย์ ที่เดิม ๆ ระบายไม่ทัน หนัก แล้วที่จะเกิดตามมาไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อก แต่มันจะเป็นเหตุเดิม ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นรอยร้าวที่มันทะลวง มันกำลังจะหัก มันกำลังจะเจอ แล้วมันจะต้องมีคนวิ่งออกมาอีกจากตึก ซึ่งตึกนี้ค่อนข้างใหญ่ โล่ง โปร่ง ความรู้สึกคือมองว่า ตึกนั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อให้คนพัก ไม่ใช่ที่อยู่คน อยู่เป็นแถบเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ จังหวัด ก. ต้องระวังอีก อยู่แถมปลาย ๆ ท้าย ๆ ระวังเรื่องน้ำ มีสิทธิ์ที่จะแยกผ่ากลาง จะเป็นเรื่องที่เกิดคล้ายคำว่าสึนามิ เป็นผลจากแผ่นดินไหว การปะทุใต้น้ำ แล้วตรงนั้นเป็นรอยตรงกลาง ส่วนที่บางที่สุด ซึ่งการท่องเที่ยวในแถบดังกล่าว กรกฎาคม และ สิงหาคม จะอันตรายที่สุด ส่วนเรื่องดาราที่โดนคดีกันอยู่ มีสิทธิ์จะได้ออกมาเร็ว...
ทำนายแรง หมอปลาย เตือนสงกรานต์นี้เดือดแน่ ห่วงอาคารยังน่ากังวล
วันที่ 2 เมษายน 2568 หมอปลาย พลายกระซิบ เปิดใจผ่านรายการแฉ GMM25 โดยออกมาทำนายเรื่องราวที่จะเกิดขึ้นในปี 2568 โดยมีเรื่องที่อาจจะเกิดขึ้นภายใน 3 เดือน ดังนี้ สงกรานต์นี้ มีทั้งเรื่องน้ำท่วม เพราะฝนจะหนักมาก มีทั้งไฟไหม้ แล้วจะอยู่ในตรอกถนนที่มีตึก 4-5 ชั้น เรื่องน้ำจะอยู่ที่ไฮเวย์ ที่เดิม ๆ ระบายไม่ทัน หนัก แล้วที่จะเกิดตามมาไม่ใช่อาฟเตอร์ช็อก แต่มันจะเป็นเหตุเดิม ไม่ใช่แผ่นดินไหว แต่เป็นรอยร้าวที่มันทะลวง มันกำลังจะหัก มันกำลังจะเจอ แล้วมันจะต้องมีคนวิ่งออกมาอีกจากตึก ซึ่งตึกนี้ค่อนข้างใหญ่ โล่ง โปร่ง ความรู้สึกคือมองว่า ตึกนั้นไม่ได้สร้างมาเพื่อให้คนพัก ไม่ใช่ที่อยู่คน อยู่เป็นแถบเป็นกลุ่ม นอกจากนี้ จังหวัด ก. ต้องระวังอีก อยู่แถมปลาย ๆ ท้าย ๆ ระวังเรื่องน้ำ มีสิทธิ์ที่จะแยกผ่ากลาง จะเป็นเรื่องที่เกิดคล้ายคำว่าสึนามิ เป็นผลจากแผ่นดินไหว การปะทุใต้น้ำ แล้วตรงนั้นเป็นรอยตรงกลาง ส่วนที่บางที่สุด ซึ่งการท่องเที่ยวในแถบดังกล่าว กรกฎาคม และ สิงหาคม จะอันตรายที่สุด ส่วนเรื่องดาราที่โดนคดีกันอยู่ มีสิทธิ์จะได้ออกมาเร็ว...
ลูกทำความสะอาดบ้าน เจอแหวนทอง 20 วงในถังขยะ โทรถามแม่ ได้คำตอบสุดช็อก
เมื่อเร็วๆ นี้ โลกออนไลน์ของเเวียดนามฮือฮากับเรื่องราวของหญิงสาวคนหนึ่งที่ช่วยแม่ทำความสะอาดบ้าน แล้วบังเอิญพบแหวนทองจำนวนมากในถังขยะ เธอโพสต์ เล่าว่า “แม่ไม่อยู่บ้าน เลยขยันลุกมาทำความสะอาด ดันเจอของดีซะงั้น จากนี้มีแรงบันดาลใจให้ขยันเก็บบ้านขึ้นเยอะ” พร้อมแนบภาพทองที่พบ โพสต์ดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาทองพุ่งสูง หลายคนแซวว่า “แบบนี้ต้องขยันทำความสะอาดบ้านบ้างแล้ว” เจ้าของเรื่องราวนี้คือ คุณหุ่ยตู่ จังหวัดเกียนซาง เธอเล่าให้ VietNamNet ฟังว่า พบทองจำนวนนี้เมื่อวันที่ 2 เมษายน ขณะกำลังทำความสะอาดบ้าน วันนั้นแม่ของเธอเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัดเพื่อไหว้บรรพบุรุษ เธอจึงถือโอกาสเก็บกวาดบ้าน เมื่อลองกวาดใต้เตียงของแม่ ก็พบถังขยะใบหนึ่ง เธอคิดว่าแม่คงใช้ทิ้งซองยา เพราะมักต้องกินยาเป็นประจำ จึงหยิบถังขยะไปเททิ้ง แต่ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงโลหะกระทบกัน เมื่อลองเปิดดู ก็ต้องตกตะลึง ข้างในมีแหวนทองน้ำหนัก 1, 2 และ 5 สลึง รวมกันเกือบ 20 วง คุณตู่รีบโทรหาแม่ทันทีเพื่อบอกเรื่องที่เจอ แต่กลับต้องประหลาดใจกับคำตอบของแม่ "ถ้าเจอที่ไหนก็เอากลับไปวางไว้ที่เดิม แล้วขับรถกลับมารับแม่ที่บ้านเดี๋ยวนี้เลย" เธอต้องพยายามเกลี้ยกล่อมแม่ว่าเธอจะเก็บทองไว้อย่างดี และขอให้แม่อยู่ที่บ้านต่างจังหวัดให้ครบช่วงเทศกาลเช็งเม้งก่อนค่อยกลับมา แม่ของคุณตู่ปีนี้อายุ 74 ปี และชอบซื้อทองสะสม เธอเองก็มักซื้อทองเป็นของขวัญให้แม่ในโอกาสพิเศษตลอดทั้งปี เธอรู้ว่าแม่ชอบซ่อนทองไว้ตามที่ต่างๆ ในบ้าน แต่ไม่เคยถามถึง จนกระทั่งมาพบกับตาตัวเองว่าครั้งนี้แม่ซ่อนทองไว้ในถังขยะ