Home Uncategorized พ่อใจสลาย! เน็ตไอดอลสาวจีนวัย 26 กลายเป็นคนเร่ร่อนที่กัมพูชา ญาติช็อกเห็นภาพในเน็ต

พ่อใจสลาย! เน็ตไอดอลสาวจีนวัย 26 กลายเป็นคนเร่ร่อนที่กัมพูชา ญาติช็อกเห็นภาพในเน็ต

24

เน็ตไอดอลสาวจีนวัย 26 กลายเป็นคนไร้บ้านที่กัมพูชา พ่อช็อก! ลูกโกหกทำงานในจีนที่แท้บินข้ามแดน

กลายเป็นประเด็นไวรัลที่สร้างความสะเทือนใจในโลกโซเชียลมีเดียของจีน เมื่อมีการแชร์ภาพของเน็ตไอดอลสาวชาวจีนวัย 26 ปี จากมณฑลฝูเจี้ยน ที่มีสภาพทรุดโทรมและอิดโรย นั่งหมดสภาพอยู่ข้างถนนในประเทศกัมพูชา ในมือถือแผ่นฟิล์มเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ด้วยท่าทางเจ็บปวด โดยที่ผู้เป็นพ่อแทบหัวใจสลาย เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเข้าใจว่าลูกสาวทำงานอยู่ในประเทศจีน

จากสาวสวยสู่คนเร่ร่อนใน “สีหนุวิลล์”

ตามรายงานระบุว่า หญิงสาวรายนี้คือ “นางสาวอู๋” ซึ่งเป็นอินฟลูเอนเซอร์ที่มีผู้ติดตามกว่า 2.4 หมื่นคน พ่อของเธอเปิดเผยทั้งน้ำตาว่า ลูกสาวออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่อายุยังน้อย และมักจะบอกทางบ้านเสมอว่าทำงานอยู่ที่มณฑลเจ้อเจียง

แม้เธอจะอ้างว่ามีงานทำ แต่ก็มักจะขอเงินจากทางบ้านอยู่บ่อยครั้ง รวมเป็นเงินกว่า 80,000 หยวน (ประมาณ 3.6 แสนบาท) จนกระทั่งเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ครอบครัวตัดสินใจหยุดให้ความช่วยเหลือทางการเงิน

3+ดูภาพทั้งหมดข้อความขอความช่วยเหลือสุดท้าย

จุดแตกหักของเรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2025 นางสาวอู๋ได้ติดต่อกลับมาหาพ่อ บอกว่าขาของเธอมีปัญหาและต้องการเงินค่ารักษาพยาบาลด่วน ด้วยความเป็นห่วง พ่อจึงรีบโอนเงินไปให้ 2,200 หยวน (ประมาณ 10,000 บาท) แต่หลังจากนั้นเธอก็ขาดการติดต่อไปอย่างสิ้นเชิง

ในเวลาเดียวกัน ญาติของเธอไปพบภาพในโลกออนไลน์ที่ทำเอาช็อกสุดขีด เป็นภาพของนางสาวอู๋ในสภาพผอมโซ ขาบวมแดงคล้ายกระดูกหัก นั่งเร่ร่อนอยู่บนถนนในเมือง สีหนุวิลล์ (Sihanoukville) ประเทศกัมพูชา และมีพยานระบุว่าเห็นเธอถูกนำมาทิ้งไว้ที่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่ง ความจริงเปิดเผย: แอบหนีไปกัมพูชาตั้งแต่ปีก่อน

เมื่อพ่อเห็นภาพจึงรีบนำหลักฐานไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ ทว่าความจริงที่ได้รับกลับเจ็บปวดกว่าเดิม เมื่อเจ้าหน้าที่ตรวจสอบประวัติการเดินทางพบว่า ลูกสาวไม่ได้อยู่ที่เจ้อเจียงตามที่บอก แต่เธอเดินทางออกจากประเทศจีนมุ่งหน้าสู่กัมพูชาไปตั้งแต่เดือนเมษายน 2025 แล้ว

กรณีนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจท้องถิ่นระบุว่าเป็นคดีที่เกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร จึงทำได้เพียงแนะนำให้ครอบครัวประสานงานกับสถานทูตจีนในกัมพูชาเพื่อให้ความช่วยเหลือต่อไป เหตุการณ์นี้ได้จุดประเด็นสังคมให้ตระหนักถึงภัยอันตรายของ “กับดักงานรายได้ดีในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” อีกครั้ง ซึ่งมักล่อลวงหญิงสาวไปทำงานผิดกฎหมายหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และจบลงด้วยการถูกทารุณกรรมหากทำยอดไม่ได้ตามเป้า